บทวิจารณ์
Review Shure E500

Review Shure E500 สุดยอดหูฟังระดับพระกาฬ ที่หาคู่แข่งได้ยาก

ทันทีที่ได้ข่าวเกี่ยวกับการเตรียมวางจำหน่ายหูฟังเพลงของสินค้าใหม่ภายใต้ยี่ห้อ Shure ซึ่งสำหรับผมแล้วรู้สึกคุ้นเคยกับยี่ห้อนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านหูฟังที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัวทั้งกับงานระดับ Advance User และผู้ฟังเพลง MP3 ทั่ว ๆ ไปนั่นเอง Shure ได้ทำตลาดอย่างประสบความสำเร็จกับ E series ด้วย Shure E2c, E3c, E4c และ E5c ทั้งหมดแล้วยังคงสานความสำเร็จด้วยการออก Shure E series สำหรับ Gamer อีกนั่นเอง ดังนั้นการออกวางจำหน่ายสำหรับ Shure E500 จึงถือว่าไม่ธรรมดา ลองตามมาดูรายละเอียดของรุ่นนี้กันคร่าว ๆ กันนะครับ

สิ้งที่ได้รับในกล่อง

กล่องด้านนอกสุดเป็นกล่องกระดาษสีดำตามสไตด์รุ่นท๊อปของ Shure ไปซะแล้ว คือ เหมือนกับกล่อง Shure E5c เลยเพียงแต่เปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีดำเท่านั้นเอง แต่รูปหน้ากล่องนิเองที่ทำให้ผมต้องหยิบขึ้นมาดูอยู่หลายรอบ ความสวยงามของรูปถ่ายตัวหูฟังทำให้ผมอยากจะแกะออกมาดูเร็ว ๆ ด้านในกล่องมีอุปกรณ์ที่มาเป็นมาตราฐานดังนี้

-       หูฟังสีดำเงา (สวยมาก)

-       Push to Hear (ตัวนี้แหละที่ผมสนใจ)

-       กล่องใส่พกพาสีดำ สไตด์เดิมแต่สวยขึ้นกว่า E5c

-       หูฟังสามขนาดเฉพาะ ซิลิโคนทั้งสีเทาและขวาใส และหูโฟมเพียงคู่เดียว

-       แจ็คแปลง

-       คู่มือเล่มบาง ๆ

 

เท่าที่ดูวัสดุที่บริเวณหูฟัง Shure E500 นั้นเป็นลักษณะเงามัน ซึ่งข้อเสียของวัสดุประเภทนี้จะเป็นรอบนิ้วมือง่ายมาก ๆ Shure e500 ก็เข้าข่ายด้วย แต่ที่น่าสนใจมาก ๆ คือ Push to Hear ซึ่งผมถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่สำหรับผม คือที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นอะไรในลักษณะนี้ในยี่ห้ออื่นเลย แม้นกระทั้งตัว Hi-End Push to Hear เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการรับคลื่นเสียงภายนอก ให้เราสามารถที่จะได้ยินเสียงรอบข้าง (ซึ่งจะลดจุด่อ่อนของ in-ear ไปได้เยอะ) โดยปกติแล้วหูฟังประเภทนี้เวลาเราใส่ฟังเพลงเข้าไป จะแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้างได้เลย ซึ่งถือเป็นอันตรายและระบุไว้ในกล่องทุกกล่องอย่างชัดเจนอยู่แล้ว  

เสียงที่ได้ยินครั้งแรก

อาจจะเป็นเพราะความใหม่จริง ๆ ที่ผมได้ยินจะเป็นเสียงที่ค่อนข้างจะแข็งไปสักนิด โดยมีเสียงแหลมเด่นมาก ความละเอียดของดนตรีออกมาแบบครบครั้น ไม่ต่างจากฟัง CD กันเลยทีเดียว แต่ต้องมีต้นฉบับที่ดีมากนะครับ แต่เสียงกลางและเสียงเบสยังคงกลิ่นไอของ Shure E5c อยู่พอสมควร ความที่ E500 เป็นหูฟังที่เพิ่ม Driver เข้าไปถึงสามตัว คือจาก  Duo Driver  กลายเป็น triple ก็ถือว่าเป็นตัวมีแรงขับอย่างมหาศาล แต่เนื่องจากผมจะเน้นที่จะทดสอบฟังกับอุปกรณ์พกพาอย่าง  iPod เป็นหลักนะครับ ถ้าจะเทียบกับเครื่องเสียงรถก็ประมาณชุดที่เล่น Tri-amp เพราะทั้งสามถูกออกแบบให้กับเสียงแหลมหนึ่งตัวและSub Woofer อีกสองตัวนั่นเอง และเสียงที่ผมได้ยินก็เป็นเสียงที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด การป้องกันเสียงภายนอกยังอยู่ในระดับที่ดีมาก คือแทบจะไม่ได้ยินเสียงภายนอกเลย ยิ่งเริ่มเปิดเพลงเพียงเบา ๆ โลกภายนอกก็เป็นอันเงียบสงัดทันที คุณภาพเสียงโดยรวมถือว่ายอดเยี่ยมในสไตด์ Shure อยู่แล้ว แต่ที่อยากจะเขียนถึงมากหน่อยก็คือ Push to Hear ตัวนี้เป็นอุปกรณ์ที่ดูเหมือนว่า  Shure จะดัดแปลงจากเทคโนโลยี Noice Cancellation ที่ใช้คลื่นรบกวนตัดเสียงรอบข้างออกโดยอาศัยการปล่อยคลื่นเสียง ซึ่งหลังจะที่ผมฟังดนตรีดัง ๆ ผมก็ลองกด PTH  เสียงภายนอกก็จะได้ยินทันที แบบไม่น่าเชื่อ แต่เสียงจะไม่ได้ดังใสเหมือนเราถอดหูฟังออกนะครับ แต่จะเป็นเสียงที่ชัดแต่เหมือนคุยกันในห้องเงียบ ๆ ลองอยู่นานเลยครับ มีประโยชน์จริง ๆ สำหรับคนที่ไม่ต้องการถอดหูฟังทุกครั้งที่ต้องการได้ยินเสียงภายนอก หรือแม้นกระทั้งมีคนเรียก เราก็ได้ยินนะครับ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงนิดเดียวคือ น้ำหนักของอุปกรณ์ PTH  มีน้ำหนักอยู่พอสมควร เพราะมันต้องใส่แบตเตอร์รี่ภายในอีกหนึ่งก้อน…..

ทดสอบ  Push to Hear  กับ E5c ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างดี

 

บทสรุป

 

ข้อดี

-       มี Driver ถึงสามตัวคือ Tweeter 1 และ Sub Woofer 2 ตัวเสียงที่ได้อยู่ในระดับดีมาก ความละเอียดดนตรีครบถ้วน

-       กำลังขับสูง เหมาะกับเพลงหลากหลายแนว และสามารถใช้ฟังกับเครื่องเสียงบ้านได้สบาย

-       สีและวัสดุ การออกแบบทำได้สวยงามมาก ๆ

-       มี Push to Hear เป็นอุปกรณ์มาตราฐาน (อนาคตขายแยก

 

ข้อสังเกตุ

-       หาซื้อในประเทศ ค่อนข้างยาก

-       ราคาสูง งบประมาณต้องสูงพอสมควรที่เดียว

-       น้ำหนัก PTH ค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนัก

 

ราคา 2X,XXX บาท

ขอบคุณร้าน Zeazon (www.zeazonmall.com)

 

บทความโดย Giggabite

 

     
 
 
  • เงื่อนไขบริการและรับประกันสินค้า
  •  
  • การรับประกัน
  •  
  • ความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัว
  •